หงส์หวนคืนชะตา
READING AGE 18+ ต้าเหนิงเฟิน
Romance
ABSTRACT
"เสิ่นอวี้หลัน" ฮองเฮาผู้ถูกเกลียดชัง ถูกวางยาและเผาตายอย่างอนาถโดยไม่รู้ตัวฆาตกร ทว่าสวรรค์ให้โอกาสนางย้อนอดีตกลับมา 3 ปีก่อนเข้าวัง ครั้งนี้พญาหงส์คืนชีพเพื่อทวงแค้น นางจะไม่ยอมเป็นหมากอีกต่อไป
"ฮองเฮา... ชุดที่เจ้าใส่ช่างขัดหูขัดตาข้านัก ถอดทิ้งเสีย!!!"
"ฝ... ฝ่าบาท! ท่านพูดบ้าอันใด!"
เสิ่นอวี้หลันยกสองมือขึ้นกอดอกตัวเองโดยสัญชาตญาณ ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก ความเก่งกล้าสามารถในการต่อล้อต่อเถียงเมื่อครู่ปลิวหายไปกับสายลม สตรีที่เพิ่งผ่านพ้นวัยปักปิ่นมาได้ไม่นาน แม้ในอดีตชาติจะเคยเป็นถึงฮองเฮา แต่นางก็สิ้นใจไปโดยที่ยังคงความเป็นสาวบริสุทธิ์ ไม่เคยถูกบุรุษใดแตะต้องกายมาก่อน!
"ข้าสั่งให้ถอด" เซียวเฉินย้ำคำสั่งเสียงเข้ม มุมปากหยักลึกยกยิ้มร้ายกาจเมื่อเห็นแม่กระต่ายป่าที่เคยพองขนขู่ฟ่อเมื่อครู่ บัดนี้กลับตัวสั่นงันงกทำอันใดไม่ถูก "หรือฮองเฮาผู้เก่งกล้า อยากให้ข้าเป็นผู้ลงมือ... ฉีก มันออกด้วยมือของข้าเอง?"
"..."
"ถะ... ถอดแล้วเพคะ หม่อมฉันจะไปเปลี่ยนชุดเดี๋ยวนี้!"
เสิ่นอวี้หลันละล่ำละลักตอบ ร่างบางหมุนตัวเตรียมจะจ้ำอ้าวหนีไปหลังฉากกั้น ทว่าลำแขนแกร่งกลับยื่นมาขวางทางเอาไว้เสียก่อน ร่างสูงใหญ่ก้าวประชิดจนแผ่นหลังของนางแนบติดกับขอบโต๊ะ
"ข้าอนุญาตให้เจ้าไปเปลี่ยนที่ใด..." น้ำเสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเอ่ยชิดใบหู "ข้าบอกให้ถอด... ก็จงถอดมันออกตรงนี้ ต่อหน้าข้า!"
ดวงตากลมโตเบิกกว้าง นัยน์ตาสั่นระริกด้วยความตื่นตระหนก ทว่าลึกลงไปในความตื่นตระหนกนั้นคือ ความกลัวตาย ที่ฝังรากลึก ความเจ็บปวดจากการถูกไฟคลอกจนสิ้นใจในอดีตชาติยังคงตามหลอกหลอน หากการขัดใจพยัคฆ์ร้ายตรงหน้าจะทำให้นางต้องจบชีวิตลงเร็วกว่าเดิม นางก็ยินยอมที่จะทิ้งศักดิ์ศรีชั่วคราว
เซียวเฉินกระตุกยิ้มมุมปาก คาดหวังจะได้เห็นสตรีปากกล้าร้องไห้สะอึกสะอื้นและคุกเข่าอ้อนวอนขอความเมตตา ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกลับทำเอาโอรสสวรรค์ถึงกับลมหายใจสะดุดกึก
เสิ่นอวี้หลันเม้มริมฝีปากแน่น มือเรียวเล็กที่สั่นเทาค่อยๆ เอื้อมไปปลดปมสายคาดเอวเส้นหนาออกอย่างเชื่องช้า... ฟุ่บ สายรัดเอวปักดิ้นทองร่วงหล่นลงสู่พื้นหินอ่อน เสียงนั้นเบาหวิวแต่กลับดังก้องในความเงียบสงัดของตำหนักคุนหนิง
เซียวเฉินเบิกตาขึ้นเล็กน้อย สันกรามคมสันขบเข้าหากันแน่น เขาไม่คิดว่านางจะกล้าถอดจริงๆ ทว่าครั้นจะเอ่ยปากห้าม บารมีและศักดิ์ศรีของโอรสสวรรค์ก็ค้ำคออยู่ ชายหนุ่มจึงแสร้งทำเป็นใจเย็น หมุนตัวเดินกลับไปทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ตัวเดิม รินสุราจอกใหม่กระดกลงคอเพื่อดับความแห้งผากที่จู่ๆ ก็ตีตื้นขึ้นมา
ทว่าสายตาคมกริบกลับไม่อาจละไปจากร่างบอบบางเบื้องหน้าได้เลยแม้แต่เสี้ยววินาที
เสื้อคลุมมงคลตัวนอกสีแดงสดที่หนักอึ้งค่อยๆ ถูกเลื่อนหลุดจากลาดไหล่บอบบาง ลงไปกองกับพื้น เผยให้เห็นชุดผ้าไหมตัวในสีขาวบริสุทธิ์ที่บางเบากว่า มือเล็กที่ยังคงสั่นระริกเอื้อมไปปลดกระดุมผ้าที่คอเสื้อทีละเม็ด... ทีละเม็ด...
ผ้าไหมเนื้อดีค่อยๆ แยกตัวออกจากกัน เผยให้เห็นลำคอระหงขาวผ่องและกระดูกไหปลาร้าที่สวยงามราวกับสลักจากหยกชั้นเลิศ ผิวพรรณของนางเรียบเนียนละเอียดลออสะท้อนกับแสงเทียนสีส้มสลัวในห้องหอ ขับเน้นให้ความขาวนั้นยิ่งดูเย้ายวนชวนหลงใหล เมื่อเสื้อตัวในร่นลงมาถึงเนินอก อวดสัดส่วนโค้งเว้าที่ซ่อนรูปของสตรีวัยแรกแย้ม ลมหายใจของเซียวเฉินก็เริ่มหนักหน่วงขึ้นอย่างควบคุมไม่อยู่
ก้อนเนื้อในอกซ้ายของบุรุษหนุ่มเต้นกระหน่ำรุนแรง ร่างกายร้อนรุ่มราวกับถูกสุมด้วยไฟกัลป์ ไม่ใช่เพราะฤทธิ์สุรา... แต่เป็นเพราะสตรีตรงหน้า
ที่ผ่านมา มีหญิงงามนับไม่ถ้วนพยายามเปลื้องผ้าทอดสะพานยั่วยวนเขาถึงเตียงนอน ทว่าเขาไม่เคยรู้สึกกระหายและรุ่มร้อนเช่นนี้มาก่อน การได้ทอดมองฮองเฮาตัวน้อยที่แสนพยศ กำลังถูกบังคับให้เปลื้องอาภรณ์ทีละชิ้นด้วยใบหน้าแดงก่ำและดวงตาที่เอ่อคลอไปด้วยน้ำหยาดใส... มันช่างปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนในตัวบุรุษให้ลุกโชนจนแทบคลุ้มคลั่ง
เซียวเฉินกำจอกสุราในมือแน่นจนข้อขาว นิ้วเรียวยาวสั่นน้อยๆ อย่างไม่อาจห้าม... หากนางปลดเสื้อผ้าชิ้นต่อไปลงมาอีกเพียงนิดเดียว เขาคงไม่อาจหักห้ามใจตนเองได้อีกต่อไป
Start Reading