ชายาข้าช่างน่าตายนัก
READING AGE 18+ นามปากกา เขี้ยวจันทรา
Romance
ABSTRACT
เสียงดนตรีงานมงคลพร้อมกับแขกมากมายมาเป็นพยานในงานแต่งของคุณหนูรองตระกูลไป๋ ผู้เป็นบิดา ไป๋เย่เฉิง ดำรงตำแหน่งเป็นถึงเสนาบดีขั้นหนึ่งในกรมราชเลขามีหน้าที่ตรวจสอบฎีกาก่อนจะส่งต่อให้ฮ่องเต้และตรวจสอบเหล่าขุนนางที่ทำผิด
ขบวนสินสอดยาวเหยียดพร้อมกับบุรุษรูปร่างหล่อเหลาและองอาจสมกับเป็นแม่ทัพแดนใต้นามซ่งเหลียง ตระกูลซ่งนอกจากจะเป็นตระกูลแม่ทัพแล้วยังมีฐานะเป็นถึงกั๋วกงสืบทอดตำแหน่งชั่วลูกหลาน
งานแต่งอันยิ่งใหญ่ของกั๋วกงน้อยและคุณหนูรองตระกูลไป๋จึงมีผู้คนมากมายออกมาชื่นชมความยิ่งใหญ่ ถึงแม้ว่าคุณหนูรองตระกูลไป๋จะมีมารดาเป็นเพียงฮูหยินรองก็ตาม
เสียงผู้คนมากมายกำลังเล่นต่อโคลงกลอนที่หน้าประตูจวนนั้นทำให้ใครอีกคนปวดใจยิ่งนัก ร่างบางนอนหัวหนุนตักของมารดาอีกด้านหนึ่งมีพี่ชายทั้งสองนั่งมองดูอยู่ด้วยความห่วงใย แม้ใครต่อใครจะมองว่านางเป็นสตรีที่ร้ายกาจ แต่สำหรับมารดาและพี่ชายทั้งสองแล้ว นางเป็นเหมือนเด็กตัวน้อย เมื่อผู้เป็นแก้วตาดวงใจเจ็บปวดพวกเขาก็ย่อมเจ็บปวดตาม และรู้สึกไม่พอใจในความลำเอียงของบิดา ต่อให้เขารักผู้เป็นฮูหยินรองและบุตรมากแค่ไหนก็ไม่ควรทำร้ายจิตใจของบุตรสาวอีกคน
พวกเขาทั้งสามต่างรู้ดีว่ามารดาของตนไม่เป็นที่รักใคร่ของผู้เป็นบิดา ยิ่งไม่ต้องพูดถึงท่านย่า แต่เป็นเพราะฮูหยินเอกอย่างมารดาได้มอบบุตรชายให้ตระกูลไป๋ถึงสองคน จึงทำให้มีฐานะมั่นคงในตระกูล
ที่น้องสาวของพวกเขาต้องร้ายกาจเป็นเพราะต้องการปกป้องผู้เป็นมารดาเพียงเท่านั้น แต่จะมีใครเข้าใจพวกเขาสี่คนแม่ลูกบ้าง
ไป๋ซูเหมยน้ำตานองหน้าอยู่บนตักมารดานางมีใจรักเขาออกปานนั้น วันที่พวกเขามาสู่ขอไป๋ลี่ฮวานางร่ำไห้กับผู้เป็นบิดา แม้ใช้ผ้าขาวผูกคอ ผู้เป็นบิดาก็หาได้เห็นใจ ก่อนถึงวันแต่งของทั้งคู่นางทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้มีงานแต่งนี้เกิดขึ้น สุดท้ายก็เป็นนางที่เป็นฝ่ายพ่ายแพ้
“เหมยเอ๋อร์.... หากเจ้าไม่อยากออกไปก็ย่อมได้”
ไป๋ซูเหมยรู้ดีหากนางไม่ออกไปร่วมยินดี ยิ่งตอกย้ำว่านางพ่ายแพ้สองแม่ลูกนั่น มารดาของนางก็จะกลายเป็นที่ครหาทั่วทั้งเมืองหลวงพวกเขาจะพากันพูดได้ว่าไม่สั่งสอนบุตรสาวเช่นนาง อีกทั้งผู้เป็นย่าจะยิ่งหาข้ออ้างมารังแกมารดาของนางได้ด้วย ที่ผ่านมานางทำให้มารดาและพี่ชายทั้งสองทุกข์ใจมากพอแล้ว ส่วนบิดานั้นจัดอยู่ในจำพวกยึดถือความกตัญญูมาเป็นอันดับหนึ่ง นางลุกขึ้นจากตักของผู้เป็นมารดาใช้มือทั้งสองข้างปาดน้ำตาที่ไหลอาบแก้มนานกว่าครึ่งชั่วยาม
“เหมยเอ๋อร์จะไปร่วมยินดีกับพวกเขา...ท่านแม่แต่งหน้าให้เหมยเอ๋อร์นะเจ้าคะ”
ไป๋เหม่ยหลินลูบไล้ใบหน้างามของบุตรสาว นางรู้ดีว่าในใจของบุตรสาวนั้นเจ็บปวดมากเพียงใด แต่ก็ยังพยายามลุกขึ้นมา
“ได้..แม่จะแต่งหน้าให้เจ้า”
“ส่วนพี่ใหญ่จะเป็นคนปักปิ่นให้เจ้าเอง”
ไป๋ชุนเทียนคุณชายใหญ่ตระกูลไป๋ยกมือหนาของตนลูบที่กลุ่มผมนุ่มของน้องสาว ไป๋ชุนเทียนเป็นอัจฉริยะแห่งยุค เขาเข้าสอบจอหงวนได้อันดับหนึ่งตั้งแต่ปีแรก ได้รับตำแหน่งเป็นถึงรองเสนาบดีกรมคลังจึงกลายเป็นขุนนางที่อายุยังน้อยและเป็นที่น่าจับตามอง
ส่วนไป๋เฟิงเทียนนั้นเพียงแค่นั่งเงียบไม่กล่าวสิ่งใด อาจเพราะเขาเป็นทหารจึงมีแต่ความหยาบกระด้าง เป็นการดีมากกว่าที่จะไม่กล่าวสิ่งใดออกมา
เพราะคิดว่าคนที่ไม่ควรไปร่วมยินดีน่าจะเป็นเขามากกว่า คนพวกนั้นล้วนแต่รังแกน้องของเขา ไม่ลุกขึ้นมาพังงานแต่งก็ดีเท่าไรแล้ว
อีกอย่างแม่ทัพแดนใต้นั้นไม่มีส่วนใดที่เหมาะสมกับซูเหมยของเขาแม้แต่น้อย ความสามารถจะมีมากเพียงใดกัน ตำแหน่งแม่ทัพที่ได้มาเป็นตำแหน่งที่สืบทอดมาเท่านั้น
“แม่ว่าคนที่ไม่ควรไปร่วมงานมงคลคงจะเป็นเทียนเอ๋อร์มากกว่ากระมัง”
ทั้งสามหัวเราะออกมาเมื่อผู้เป็นมารดาหยอกล้อบุตรชายคนรองเห็นได้ชัดว่าหากไปคงได้พังงานแต่งแน่นอน ไป๋เฟิงเทียนต้องทำมันจริงเพราะเขาและบิดาไม่ลงรอยกันเท่าไรนัก
ร่างระหงของเจ้าสาวที่ใบหน้าซ่อนอยู่ภายใต้ผ้าสีแดงพร้อมกับเจ้าบ่าวร่วมกันคารวะน้ำชา จากนั้นทั้งคู่ก็จับจูงมือกันไปที่เกี้ยวหลังใหญ่ขนาดแปดคนหาม เพื่อไปทำพิธีต่อที่บ้านของเจ้าบ่าว ขบวนสินเดิมของเจ้าสาวใช่ว่าจะน้อยหน้าผู้ใด ยาวจนสุดลูกหูลูกตาเช่นกัน
ญาติฝ่ายเจ้าสาวและเสนาบดีไป๋ ตามขบวนเจ้าสาวไปที่จวนของเจ้าบ่าว งานแต่งผ่านพ้นไปได้อย่างด้วยดี ถึงแม้ว่าสายตาผู้ที่มาร่วมยินดีในงานมงคลจะจับจ้องมาที่คุณหนูใหญ่มากกว่า แต่ซูเหมยหาได้ใส่ใจสายตาที่มองนางราวกับตัวประหลาดเหล่านั้นแม้แต่น้อย
งานแต่งผ่านไปสามวันแล้ว วันนี้เป็นวันที่คู่แต่งงานใหม่จะมาเยี่ยมบ้านเดิม แม้งานแต่จะผ่านไปแล้วแต่เสียงเล่าลือนั้นยังไม่จบ ไม่ว่าจะเดินผ่านไปที่ใด ข่าวเรื่องงานแต่งอันยิ่งใหญ่ อีกทั้งเช้าหลังวันแต่งงานสามีภรรยาคู่ใหม่พร้อมใจกันออกมาสร้างโรงทาน ยิ่งตอกย้ำความเจ็บปวดให้กับซูเหมยมากกว่าเดิมทั้งที่นางตั้งใจเอาไว้ว่าจะตัดใจ
แน่นอนว่าการกลับมาเยี่ยมบ้านเดิมย่อมเป็นที่สนใจของทุกคนในจวนไม่เว้นแม้แต่เสนาบดีไป๋ ต่างออกมาต้อนรับบุตรสาวและบุตรเขยรวมถึงฮูหยินเอกและฮูหยินรองมารดาของไป๋ลี่ฮวาที่ยิ้มแทบไม่หุบเมื่อได้บุตรเขยที่ถูกใจ ด้วยฐานะของบุตรเขยทำให้นางเชิดหน้าชูตาเทียบเท่าฮูหยินเอกของจวนได้
Start Reading